ความหมายของอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ต (Internet) มาจากคำว่า "Inter Connection Network" คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ สามารถติดต่อสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้อย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยอยู่ภายใต้ระเบียบวิธีในการสื่อสารเดียวกัน ที่เรียกว่า โปรโตคอล (Protocol)
ความเป็นมาของอินเทอร์เน็ต
เมื่อปี พ.ศ.2510 (ค.ศ. 1967) ในช่วงที่ทั่วโลกยังหวาดกลัวสงครมนิวเคลียร์ กระทรวงกลาโหมของประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องการที่จะสร้างระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงได้ริเริ่มโครงการที่จะสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีความพิเศษคือ เมือ่เครือจ่ายคอมพิวเตอร์บางส่วนถูกทำฃาย แต่เครือข่ายที่เหลืออยู่จะยังสามารถใช้งานได้
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
โดยเครือข่ายที่ได้วิ่งด้วยความเร็ว 1200-2400 Baud และมีเสียงดังมาก จากนั้นได้ปรับเปลี่ยนไปใช้บริการไทยแพค ของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ซึ้งใช้เทคโนโลยี X.25 ผ่านการหมุนโทรศัพท์ไปยังศูนย์บริการของการสื่อสารแห่งประเทศไทย ทำการรับส่งอีเมล์กับมหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยใช้โปรแกรม UUCP ตลอดจนส่งอีเมล์ไปยังบริษัท UUNET ที่เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาใช้กับงานของอาจารย์และงานสอนนักศึกษาต่อไป
การประยุกต์ใบ้อินเทอร์เน็ต
ยุคปัจจุบันเกิดภาวะของการแข่งขันที่สูงในทุกๆ ด้าน ฉะนั้น มนุษย์จึงต้องการหาสิ่งที่จะเข้ามาช่วยเพื่อความสะดวก รวดเร็ว ยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดการบริการมากมายบนอินเทอร์เน็ตเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน หรือในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล เช่น
การติดต่อสื่อสาร
1.ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
2.สนทนาออนไลท์ (Chat)
3.การสนทนาด้วยภาพและเสียง
4.กระดานข่าว (Bulletin Board System : BBS)
5.การส่ง SMS เข้ามือถือ
การศึกษา
การท่องอินเทอร์เน็ตก็คือ การเดินเข้าไปยังห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลข่าวสารมากมายให้เราได้ไปค้นหา อินเทอร์เน็ตจึงมีความสำคัญมากในโลกของการศึกษาในยุคปัจจุบันเพราะการค้นคว้าคือหัวใจในการศึกษาหาความรู้ ซึ่งบางครั้งข้อมูลต่างๆ ที่เราค้นหาได้มาจากห้องสมุดขนาดใหญ่ที่มีอยู่ทั่วโลก ทำให้เราได้ข้อมูลที่มากมายและทันสมัย โดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปยังห้องสมุดต่างๆ เหล่านั้น ก็สามารถที่จะหาข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
1.การเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning)
2.บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (D-Learning)
3.ห้องสมุดเสมือน (Virtual library)
การทำธุรกิจออนไลน์ (E-Commerce)
เมื่ออินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของกลุ่มคนจำนวนมากในโลก ซึ่งได้ใช้บริการต่างๆ ที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ก็จะมีบริการ ซื้อ-ขาย สินค้าบนอินเทอร์เน็ต นับเป็นการบริการอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม และปัจจุบันก็ได้ขยายระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น
ข่าวสารประจำวัน
ปัจจุบันเราสามารถอ่านข่าวสารได้จากอินเทอร์เน็ต เนื่องจากหนังสือพิมพ์และสำนักข่าวต่างๆ ได้นำเสนอข่าวสรมั้งรายวัน รายสัปดาห์ ผ่านทางสื่ออินเทอร์เน็ต ทำให้ผูใช้บริการมีความสะดวกในการติดตามข่าวสาร
การท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เราสามรถค้นหารายละเอียดในการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร บริษัทนำเที่ยว หรือเส้นทางในการเดินทาง แผนที่ สายการบิน สถานีขนส่ง ทุกสิ่งทุกอย่าง
ความรู้ด้านสุขภาพ
ปัญหาด้านสุขภาพเป็นปัญหาสำคัญใสนการดำรงชีวิต ในปัจจุบันนี้ก็มีเว็บไซต์มากมายที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคเอดส์ เป็นต้น
ความบันเทิง
ความบันเทิงบนอินเทอร์เน็ตสามารถหาได้มากมาย มั้งดูหนัง ฟังเพลง คาราโอเกะ สถานีวิทยุออนไลน์ เรื่องราวข่าวสารในวงการบันเทิงทั่วโลก เว็บไซต์ของภาพยนต์ และโรงภาพยนต์ รวมถึงการจองตั๋วชมภาพยนต์ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
การสมัครงาน
วิธีการหางานในอดีตนั้นต้องซื้อหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวกับการสมัครงาน หรือการติดประกาศต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านการสมัครงาน โดยรวบรวมตำแหน่งงานว่างไว้ให้เลือกตามความรู้ความสามรถของแต่ละบุคคล
ธุรกรรมด้านธนาคารและการลงทุน
ถ้าต้องการลงทุนในกิจการใดก็ตามสามารถที่จะสอบถามข้อมูลของการลงทุน ซึ่งมีธนาคารมากมายที่จัดทำเว็บไซต์ขึ้นเพื่อให้บริการข้อมูลแก่ประชาชน จะเป็นการนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ
การบริการอื่นๆ
ยังมีบริการที่ได้รับความนิยมอีกมากมาย เช่น แฟชั่น การเมือง ศาสนา ดาราศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม กีฬา เป็นต้น
ประโยชน์และโทษของอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีในการสื่อสารที่เอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ แต่เป็นลักษณะของการสื่อสารที่ผ่านทางคอมพิวเตอร์ และช่องทางการสื่อสารชนิดต่างๆ
ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
1.สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคบอื่นได้ทั่วโลก
2.สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆได้
3.แสดงความคิดเห็นได้ภายในห้องสนทนาและกระดานข่าว
4.สามารถติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร จากทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
5.เปิดการค้าได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องหาสถานที่จัดตั้งร้านและสามรถเปิดการขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โทษของอินเทอร์เน็ต
1.อินเทอร์เน็ตเป็นเครือจ่ายขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมากมายได้เข้าไปใช้บริการ
2.เกิดปัญหาของการละเมิดลิขสิทธฺ์
3.ก่อให้เกิดปัญหาด้านอาชญากรรมจากการการเล่นอินเทอร์เน็ต
4.ก่อให้เกิดปัญหาการหมกมุ่นของเยาวชนที่เข้าไปในเว็บไซต์ที่ไม่เป็นประโยชน์
อินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนดาบสองคม ที่มีทั้งประโยชน์ถ้าใช้ในทางที่ถูกต้อง และมีทั้งโทษถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ดังนั้น ผู้ปกครองควรจะเอาใจใส่บุตรหลาน หรือให้ข้อแนะนำเพื่อจะได้นำเอาด้านที่ดีของอินเทอร์เน็ตใปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินชีวิต
โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการ ดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต
* รู้สึกหมกมุ่นกับอินเทอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต
* มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ
* ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร็เน็ตได้
* รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้
* คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
* ใช้อินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา
* หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง
* มีดาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย
ซึ่งอาการดังกล่าว ถ้ามีมากกว่า 4 ประการในช่วง 1 ปี จะถือว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบร่างกาย ทั้งการกิน การขับถ่าย และกระทบ ต่อการเรียน สภาพสังคมของคนๆนั้นต่อไป
บัญญัติ 10 ประการของการใช้อินเทอร์เน็ต
1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้าย หรือ ละเมิดผู้อื่น
2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือ เปิดดูแฟ้มข้อมูลข่าวสาร
4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
6.ต้องไม่คัดลอกโปรแกรมของผู้อื่นที่มีลิขสิทธิ์
7. ต้องไม่ละเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์
8. ต้องไม่นำเอาผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน
9. ต้องคำนึงถึงสื่อที่จะเกิดขึ้นกับสังคมที่เกิดจากการกระทำของท่าน
10. ต้องใช้คอมพิวเตอร์โดยเคารพกฏระเบียบ กติกา และมีมารยาท
หน่วยงานที่มีบทบาทในอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย
1. การสื่อสารแห่งประเทศไทย
2. ISP - Internet Service Providers
3. ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไม่หวังกำไร
4. THNIC
5. NECTEC
6.ผู้ให้บริการวงจรสื่อสารภายในประเทศ
แนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ต
ประเทศไทยได้มองเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงตั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำหน้าที่ดูแลด้านเทคโนโลยีสารสรเทศ และออกกฏหมายรองรับการทำงาน และระเบียบวิธีในการปฏิบัติงานบนอินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นการป้องกันสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ใช้งาน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น